
บลจ.แอสเซท พลัส มองบวกหุ้นญี่ปุ่น พื้นฐานแกร่ง รับแรงหนุนเศรษฐกิจ – การเมือง – กำไรบจ.
18 มี.ค. 2569 00:00
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดมุมมองการลงทุนต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นประจำไตรมาส 1/69 โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นญี่ปุ่นในระยะกลางถึงยาว แม้ระยะสั้นตลาดอาจเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก แต่เชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานของญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง ทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเมือง และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด
นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ดัชนี TOPIX ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 15% สะท้อนแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกของภาครัฐ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นยังสะท้อนความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจอย่างชัดเจน โดยรายได้และกำไรสุทธิออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 2.3% และ 9.2% ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยมีกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) กลุ่ม Healthcare และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) เป็นผู้นำสำคัญ
ในด้านเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยดัชนี Manufacturing PMI ปรับขึ้นสู่ระดับ 53.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนการขยายตัวของภาคการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผลการเจรจาค่าจ้างประจำปี (Shunto) ปี 2569 บ่งชี้ว่ามีการเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างพื้นฐานราว 4.37% และค่าจ้างรวมราว 5.94% ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.75% ในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี และสะท้อนถึงการเข้าสู่วัฏจักรเชิงบวกของเศรษฐกิจญี่ปุ่น หรือ Virtuous Cycle ของค่าจ้าง เงินเฟ้อ และการบริโภค ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ บลจ.แอสเซท พลัส มองว่าเสถียรภาพทางการเมืองเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญ หลังพรรค Liberal Democratic Party (LDP) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรอย่างถล่มทลาย และครองที่นั่งมากกว่าสองในสามของสภา ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีเสถียรภาพทางการเมืองสูงสุดในรอบหลายปี และเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน การส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง และ AI รวมถึงการปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัท (Corporate Governance Reform) อีกทั้ง การไม่มีการเลือกตั้งระดับชาติครั้งใหญ่จนถึงปี 2571 ยังถือเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในระยะถัดไป
นายกมลยศ สุขุมสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด (บลจ.แอสเซท พลัส) กล่าวว่า กองทุนให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัท ได้แก่ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่ม Healthcare และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่มีผลประกอบการสูงกว่าตลาดคาดในไตรมาสที่ผ่านมา
นายกมลยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน กองทุนยังติดตามโอกาสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากได้รับแรงหนุนโดยตรงจากนโยบายการลงทุนด้าน AI และอุตสาหกรรมขั้นสูงของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนระยะยาวที่มีศักยภาพสูงของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในเวลานี้
สำหรับมุมมองด้านมูลค่า บลจ.แอสเซท พลัส ประเมินว่า ดัชนี TOPIX ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ล่วงหน้า (1-year forward P/E) ราว 17.1 เท่า แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกำไร โดย consensus ตลาดคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในดัชนีจะเติบโตราว 10 - 11% ในช่วงปี 2569 - 2570
ทั้งนี้ แม้ในระยะสั้นตลาดอาจยังเผชิญความผันผวนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงจากราคาพลังงาน แต่หากแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนเป็นไปตามที่ตลาดคาด บลจ.แอสเซท พลัส เชื่อว่าดัชนี TOPIX ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ หรือเกิด re-rating ได้ในระยะกลางถึงยาว




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด