
ไทยประกันชีวิต ปี 68 โกยกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท ประกาศจ่ายปันผล 0.60 บาท
27 ก.พ. 2569 00:00
บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) เผยผลงานปี 68 กำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% สะท้อนความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท และกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาท
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท เติบโต 5.8%
ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 9,247 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Comprehensive Equity อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% จากปีก่อนหน้า แสดงถึงการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio อยู่ที่ 555.9% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140% เป็นสิ่งยืนยันถึงสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเพื่ออนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลกำไรในปี 2568 ในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งเงินปันผลจะจ่ายหลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และสำนักงาน คปภ. เรียบร้อยแล้ว
นายไชย กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นความสำคัญในด้านการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว โดยได้ต่อสัญญาความร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารหรือ Bancassurance อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับโซลูชันด้านการเงินและประกันชีวิต และเป็นกลไกสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกันบริษัทฯ จะพัฒนาช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต โดยยกระดับตัวแทนฯ สู่การเป็น Life Advisor ที่ปรึกษาวางแผนดูแลชีวิต ภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” (Care with Heart) เพื่อมอบการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว พร้อมกับการติดอาวุธตัวแทนฯ ด้วยเครื่องมือดิจิทัล “แอปพลิเคชัน TL SMART” เพื่อสนับสนุนการขาย การบริหารทีมงาน และการดูแลลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พร้อมกับการพัฒนาช่องทางการขาย ไทยประกันชีวิตยังพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์และบริการที่สะดวกรวดเร็ว ผ่าน “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านประกันชีวิต สุขภาพ และการวางแผนการเงินได้อย่างสะดวก ครบวงจร และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การชำระเบี้ยประกันภัย การติดตามสถานะการพิจารณารับประกันภัย การยื่นเคลมสินไหม การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี การรับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ต่างๆ บนแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง อาทิ บริการ “Live Chat” ซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกค้าแบบเรียลไทม์และให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมด้านต่างๆ โดยตรงจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้เอาประกัน (Call Center) หรือบริการ e-Document การลงทะเบียนรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนั้น บริษัทฯ เปิดตัวบริการ “ไทยประกันชีวิต AI Chat” เพื่อนผู้ช่วยเรื่องประกัน โดยให้บริการผ่าน Line Official Account ของบริษัทฯ : @ThaiLifeInsurance ที่สามารถตอบทุกคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไทยประกันชีวิต รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำประกันภัย ข้อมูลด้านการบริการ ด้วยข้อมูลและภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น พร้อมรองรับการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
“จากวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ไทยประกันชีวิตจึงผนวกการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ การได้รับรางวัล Most Trusted Insurance Company Thailand 2025 จาก World Business Outlook Awards และรางวัล Most Innovative Customer Experience in Life Insurance – Thailand 2025 จากInternational Finance Awards รวมถึงได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025 ในระดับ “AA” และได้รับ FTSE4Good Certification ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน” นายไชย กล่าว




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด