
“เอ็กซิมแบงก์” ปี 68 อนุมัติสินเชื่อใหม่กว่า 5.4 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้าช่วยผู้ส่งออกฝ่าความผันผวน
13 ก.พ. 2569 00:00
“เอ็กซิมแบงก์” เผยผลการดำเนินงานปี 68 อนุมัติสินเชื่อใหม่ 54,346 ล้านบาท หนุนยอดสินเชื่อคงค้างรวม 191,800 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,904 ล้านบาท ขณะที่เอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 3.66% พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ Export Co-pilot ช่วยผู้ส่งออกในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกมีความผันผวน - ไม่แน่นอนสูง
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวถึงผลการดำเนินงานปี 2568 และนโยบาย-บทบาท EXIM BANK ในโอกาสครบ 32 ปี ก้าวสู่ปีที่ 33 ว่า ณ สิ้นปี 2568 มียอดอนุมัติสินเชื่อใหม่รวม 54,346 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมผลักดันการกระจายความเสี่ยงด้วยการรุกตลาดใหม่ (New Frontiers) ลดการพึ่งพาตลาดเดิม โดยมีวงเงินอนุมัติสินเชื่อในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และตลาดใหม่รวม 9,125 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันรวม ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 191,800 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุนมีปริมาณธุรกิจรวม 194,564 ล้านบาท
ด้านการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ผ่านมาตรการ “คุณสู้ เอ็กซิมช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการและลดภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ สิ้นปี 2568 ธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) 3.66% ใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ภาคธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอนจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยง ขณะที่มีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 17,139 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงถึง 261.85% ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 เท่ากับ 1,904 ล้านบาท
สำหรับในปีนี้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเปราะบางและความผันผวนสูงจากความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน การค้า และการลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจประเทศหลักมีแนวโน้มชะลอตัว ประกอบกับค่าเงินบาทที่แกว่งตัวรุนแรงตามปัจจัยภายนอก เพิ่มความเสี่ยงต่อรายได้และต้นทุนของผู้ส่งออก ตลอดจนต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ กติกาการค้าโลกยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเข้าถึงตลาดโลก ดังนั้น เอ็กซิมแบงก์จึงคาดการณ์ภาคการส่งออกเติบโตเพียง 2% ต่ำกว่าปีก่อนที่เติบโตได้สูงจากการเร่งส่งออกเพื่อรับมือกับภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

ตั้งเป้ายอดคงค้างโตกว่า 2% - คุมเอ็นพีแอล
ส่วนเป้าหมายการดำเนินธุรกิจปีนี้ ในส่วนของยอดสินเชื่อคงค้างตั้งเป้าเติบโตสูงกว่าคาดการณ์การส่งออกเติบโตที่ 2% ขณะที่สินเชื่อปล่อยใหม่ได้เตรียมวงเงินไว้ประมาณ 50,000 ล้านบาทซึ่งธุรกรรมส่วนใหญ่จะอยู่ส่วนของเทรดไฟแนนซ์ และอีกส่วนจะเป็นสินเชื่อที่จะเน้นสร้างความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจอื่นเพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น ขณะที่เอ็นพีแอลจะพยายามให้อยู่ในระดับลดลงซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการขยายตัวของสินเชื่อด้วย
"เราคาดการณ์ส่งออกเติบโตได้ประมาณ 2% แม้ว่าสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศจะไม่แน่นอนมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการเองก็ได้มีการปรับตัวกันไปได้บ้างแล้ว ดังนั้น สินเชื่อของเอ็กซิมแบงก์ที่มุ่งไปที่ผู้ส่งออกก็น่าจะเติบโตได้สูงกว่า ซึ่งแนวทางในปีนี้เราจะเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรมากขึ้น ทั้งคอมเมอร์เชียลแบงก์ และแบงก์รัฐอื่นๆ ขณะที่ธุรกรรมเทรดไฟแนนซ์นั้น วงรอบของสินเชื่อจะอยู่ที่ 3 - 5 เดือน ดังนั้น จึงสามารถสร้างมูลค่าได้หลายรอบในปีนึง และหากวงเงินที่เตรียมไว้ไม่พอเราก็พร้อมจะเพิ่มได้ถึง 1 แสนล้านบาท คาดการณ์ธุรกรรมในส่วนเทรดไฟแนนซ์เติบโต 10% และในปีนี้เราจะให้ความสำคัญกับจำนวนรายมากกว่ามูลค่าเพราะกลุ่มเอสเอ็มอีส่วนใหญ่วงเงินไม่สูงแต่มีจำนวนรายที่มาก"
เดินหน้าสู่ Export Co-pilot ช่วยผู้ส่งอกกรับมือผันผวนสูง
ทั้งนี้ในปี 2569 EXIM BANKเดินหน้าพัฒนาบทบาท Export Co-pilot อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการยกระดับเครื่องมือสนับสนุนผู้ส่งออกแบบครบวงจร เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ก้าวข้ามความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเน้นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงผ่านแพ็กเกจสินเชื่อควบคู่บริการประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับการยกเครื่องกระบวนการทำงานขององค์กรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) ที่แม่นยำ เสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ภายใต้ยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T ได้แก่ SME Export Grooming การยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล Market Expansion การเปิดโลกและโอกาสทางการค้า Advocacy & Sustainability การสร้างการรับรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืน Revamp Digital Systems การพัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรมรองรับการขยายธุรกิจ และ Teamwork Spiritsการสร้างวัฒนธรรม EXIM One Team เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขับเคลื่อนภาคธุรกิจ องค์กร ประเทศ และโลกสู่ความยั่งยืน




ยอมรับการใช้งานคุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ การใช้งานที่ดีที่สุด