MENU

3 ทายาท “ดุสิตธานี” ออกแถลงการณ์ยุติขัดแย้ง - “ชนินทธ์” กุมอำนาจ “ชนัตถ์และลูก”

 29 ม.ค. 2569 00:00

ยุติศึกสายเลือด 3 ทายาท “ชนินทธ์ - สินี – สุนงค์” ออกแถลงการณ์ยุติขัดแย้งการบริหารบมจ.ดุสิตธานี (DUSIT) เดินหน้าร่วมแรงพัฒนากิจการดุสิตธานี ขณะที่ “ชนินทธ์” รับมรดกถือหุ้น “ชนัตถ์และลูก” เพิ่มเป็น 52.12%


วันที่ 29 มกราคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก, นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ออกแถลงการณ์ยุติความขัดแย้งในประเด็น การบริหารกิจการของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเห็นต่าง ในการบริหารกิจการของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ระหว่างข้าพเจ้า ได้แก่ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท ชนัตถ์และลูก (จำกัด) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) นั้น


ความเห็นต่างดังกล่าว ล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกฝ่าย ที่ต้องการเห็นกิจการของบริษัท โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี ที่ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ได้วางรากฐานและดูแลด้วยความรัก มานานกว่า 50 ปี สามารถที่จะเติบโต อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า และผู้มีอุปการะคุณ รวมถึงสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย ตามความตั้งใจของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย


ข้าพเจ้า นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ขอเรียนให้ทุกท่านที่นับถือได้ทราบว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพ้องต้องกันที่จะยุติข้อขัดแย้งดังกล่าวแล้ว โดยจะนำความเห็นต่าง และความปรารถนาดีของทุกฝ่ายที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ และกิจการของบริษัทต่อไป


จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขอขอบพระคุณในความห่วงใย และความปรารถนาดีของทุกท่านที่มีต่อข้าพเจ้า และบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มา ณ ที่นี้


"ชนินทธ์" รับมรดก ถือหุ้น "ชนัตถ์และลูก" เพิ่มเป็น 52.12%


ในวันเดียวกันนี้ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ DUSIT โดยถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ดังนี้


เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท ได้รับมรดกเป็นหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 05 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากกองมรดกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ภายหลังการรับโอนหุ้นดังกล่าว นายชนินทธ์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของนายชนินทธ์ในชนัตถ์ และลูกเกินร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดในชนัตถ์และลูก จึงถือว่าเข้ามามีอำนาจควบคุม ในชนัตถ์และลูกซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle)


การเข้ามามีอำนาจ ควบคุมในชนัตถ์และลูกดังกล่าวได้รับยกเว้นหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท (Tender Offer) ตามนัยของข้อ 9(1) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เนื่องจากเป็นการได้หุ้นมาโดยทางมรดก โดยคุณชนินทธ์ได้รายงานตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 2,005,065 หุ้นหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากนางสินี เธียรประสิทธิ์ ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว นางสุนงค์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 46.62 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของนางสุนงค์ในชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ชนัตถ์และลูกจึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตาม มาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ของนางสุนงค์ แต่การซื้อหุ้นดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่คุณสุนงค์ต้องมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ บริษัทตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยนางสุนงค์ได้รายงานการได้มา ซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ในการนี้ บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า นายชนินทธ์และนางสุนงค์ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงในบริษัทเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้น สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในบริษัทจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง


ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นภายในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน และการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด